สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO ) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายได้ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสมรรถนะบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการบริการผู้ป่วยเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบในบริบทของประเทศไทย
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 โครงการฯจัดกิจกรรมสรุปผลการดำเนินงาน ภาวะที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ Diabetes Mellitus Remission (DM Remission) ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสมรรถนะบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการบริการผู้ป่วยเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบในบริบทของประเทศไทย พร้อมแลกเปลี่ยนบทเรียนและข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อขยายบริการเบาหวานระยะสงบผ่านระบบบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2
ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า สถานการณ์โรคเบาหวานในไทยยังน่าเป็นห่วง ข้อมูลจากการสำรวจ โดยการตรวจร่างกาย พบความชุกของโรคเพิ่มจากร้อยละ 6.6 ในปี 2547 เป็นร้อยละ 10.6 ในการสำรวจปี 2567-2568 ในจำนวนนี้มีผู้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีเพียง 1 ใน 3 ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนระดับน้ำตาลไม่เข้าเกณฑ์เบาหวาน โดยไม่ต้องใช้ยาจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพแบบยั่งยืน ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ ลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ และเป็นไปตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่จะหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยเบาหวาน และลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ลงหนึ่งในสามภายในปี 2573
“หลักการสำคัญ ที่ทำให้โรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบ คือการลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 10 ของน้ำหนักตั้งต้นในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่อ้วน ด้วยการควบคุมอาหารตามแนวทางที่เหมาะสม ควบคู่กับการเพิ่มกิจกรรมทางกาย หรือออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิก และแบบมีแรงต้าน ภายใต้การติดตามของบุคลากรทางการแพทย์”
นพ. เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวถึงการขับเคลื่อนงาน DM Remission นี้ ช่วยเปลี่ยนระบบสุขภาพจากการรักษาเมื่อเกิดโรคไปสู่การสนับสนุนให้ประชาชนดูแลตนเอง โดย สสส. สนับสนุนการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ระบบให้คำปรึกษาและสื่อสำหรับประชาชนที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ในปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเรียนผ่านออนไลน์จำนวน 7,369 คน ได้รับประกาศนียบัตรจำนวน 4,185 คนแล้ว
“การพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ E-Learning เบาหวานระยะสงบ มีการวัดผล และสามารถนำไปใช้ประโยชน์จริง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) สำหรับคนทุกสถานะสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ยังช่วยลบความเชื่อเดิมที่ว่า เบาหวานเป็นเพียงเรื่องของพันธุกรรม และพิสูจน์ให้เห็นว่า แค่ปรับวิธีการกินอยู่ ก็สามารถหายจากเบาหวานได้”.
อ่านต่อ https://www.dailynews.co.th/news/5998786/









